โปรแกรมเวียดนามเหนือ ฤดูหนาว ฮานอย หมกโจวและซาปา 5 วัน 4 คืน 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2566 (บินสุวรรณภูมิ)

โปรแกรมใหม่ล่าสุดหมกโจว แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อกับสถิติสะพานกระจก
ที่ยาวที่สุดในโลก! และเที่ยวซาปา ช่วงที่ซาปาท้องฟ้าแจ่มใสที่สุด
ท้าความสูง แบบไม่กลัวเสียว !
เดินทางสายการบินเวียดทราเวล รถทัวร์และรถนอน VIP

อัตราค่าบริการ 18,798.-  
ไม่รวมค่าทิปไกด์และคนขับรถ 700 บาท
(มัดจำ 50% เป็นเงิน 9,000-)

พิชิตหลังคาแห่งอินโดจีน “ฟานซิปัน”


เยือนดินแดน ซึ่งเคยเป็นสถานที่ตากอากาศของฝรั่งเศส สมัยมาปกครองเวียดนาม
ชมบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเลื่องชื่อว่าสวยที่สุดในเอเชียอาคเนย์
ที่มีคนบอกว่า … อากาศที่ซาปาดีที่สุด ด้วยสายหมอกและความหนาวเย็น
และเดินทางในห้วงปลายฝนต้นหนาวซาปาสวยที่สุด
(ซาปาเข้าฤดูหนาวแล้ว อากาศเริ่มหนาวเย็น อุณหภูมิ 10 -14 องศา)

  • ช้อปปิ้ง ถนน 36 สายใจกลางกรุงฮานอย
  • เที่ยวชมเมืองชาปา เมืองที่อากาศหนาวเย็นตลอดปี นั่งกระเช้าพิชิตยอดเขาฟานสิปัง หลังคาอินโดจีน
  • เที่ยวสะพานกระจกมังกรเมฆ สะพานแก้วแห่งแรกของเวียดนาม(โปรแกรมเสริม)
  • เที่ยวชมหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ( Cat Cat Village)
  • เที่ยวชมและช้อปปิ้งตลาดเมืองซาปา ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อาจจะต่ำกว่า 0 องศา (ในบางวัน)

หมกโจว (Moc Chau)
สะพานกระจกแห่งใหม่ สะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก!

  • หมกโจว (Moc Chau) เที่ยวชมสะพานกระจกบาจลอง (Bach Long Glass Bridge) สะพานกระจกแห่ง ใหม่ล่าสุดในเวียดนาม กับสถิติสะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก!
  • หมกโจว (Moc Chau) ดินแดนแห่งไร่ชาและดอกไม้ที่มีดอกไม้กำลังเบ่งบานท่ามกลางภูเขาอันงดงาม
  • ชมการแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทแห่งหมกโจว (เมืองสาง) จังหวัดเซินลา ประเทศเวียดนาม

โปรแกรมทริปสุวรรณภูมิ – ฮานอย – หมกโจวและซาปา
วันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2566

วันที่ 1 การเดินทาง 2 ก.พ. 66 : สุวรรณภูมิ กรุงเทพ กรุงฮานอย (เย็น)

11.00 น.  คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารรับรองผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4  
                 ประตู 6 เคาน์เตอร์ (L) สายการบินเวียดทราเวล เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน

14.50 น.  เดินทางสู่กรุงฮานอยโดยสายการบินเวียดทราเวล

17.05 น.    เดินทางถึงสนามบินนอยไบ ฮานอย ผ่านตม. แล้วเดินทางสู่ตัวเมืองฮานอย

ฮานอย มีความหมายว่า “เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน” ซึ่งหมายถึงแม่น้ำแดงที่ไหลผ่านตัวเมืองฮานอย อันเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม เที่ยวชมทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Ho Hoan Kiem หรือ ทะเลสาบคืนดาบ)  วัดหง็อกเซิน ( Ngoc Son หรือ วัดเนินหยก) โดยเดินข้ามสะพานเทฮุก (The Huc) หรือสะพานแสงอาทิตย์ ไปยังวัด หลังจากนั้นอิสระช้อบปิ้งถนน 36 สาย  มีสินค้าราคาถูกให้ท่านได้เลือกสรรมากมาย กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ของที่ระลึกต่างๆ ฯลฯ

เย็น        บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อ 1 )  
ที่พักโรงแรม Moon View Hotel   หรือโรงแรมเทียบเท่าระดับ 4 ดาว


วันที่ 2 การเดินทาง 3 ก.พ. 66 : ฮานอย-หมกโจว (เช้า/ กลางวัน/ เย็น)

รับประทานอาหาร (มื้อ 2) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.30 น. ออกเดินทางจากฮานอย สู่อำเภอหมกโจว(เมืองสาง) จังหวัดเซินลา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 220 กิโลเมตร (เดินทางบนทางด่วน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง)
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อ 3) ณ ภัตตาคาร เมืองหมกโจว
13.00 น. เที่ยวสะพานกระจกหมกโจว แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดในเวียดนาม ที่ขึ้นชื่อกับสถิติสะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก !

ท้าความสูงแบบไม่กลัวเสียว! กับที่เที่ยวแห่งใหม่ในเวียดนามเหนือ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน นั่นก็คือ สะพานกระจกบาจลอง (Bach Long Glass Bridge) สะพานกระจกแห่งใหม่ล่าสุดในเวียดนาม กับสถิติ สะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก! ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่บอกเลยว่า วิวสวยมาก! ไปเช็คอินที่เที่ยวแห่งใหม่ ท้าทายความกลัวของตัวเอง

สะพานกระจกบาจลอง ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองสาง (เวียดนามออกเสียงเหมื่องซาง) อำเภอหมกโจว (Moc Chau) จังหวัดเซินลา (Son La) เป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาในเวียดนามเหนือ เป็นสะพานกระจก
แห่งใหม่ในเวียดนาม เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยชื่อของสะพานบาจลอง มีความหมายว่า มังกรขาว เนื่องด้วยมาจากวัสดุที่ใช้ทำสะพานมีสีขาวนั่นเอง ความน่าทึ่งของสะพานแห่งนี้ก็คือ เป็นสะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 632 เมตร ทุบสถิติสะพานกระจกในประเทศอื่นๆ ซึ่ง Guinness World Records (GWR) ได้มอบใบรับรองสถิติโลกเรียบร้อยแล้ว

สำหรับทางเดินบน สะพานกระจกบาจลอง จะแบ่งเป็นช่วงระเบียงกระจกริมหน้าผา และสะพานแขวนกระจก โดยในส่วนของตัวสะพานแขวน มีความยาว 250 เมตร กว้าง 2.4 เมตร สูงจากพื้นดินประมาณ 150 เมตร กระจกที่ใช้ทำสะพานแก้วเป็นกระจกนิรภัยนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส มีความแข็งแรง ปลอดภัย รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 450 คน
ตัวสะพานทอดยาวเชื่อมภูเขาสองลูก สุดปลายทางของสะพานแก้วจะมีถ้ำจิมเถิ้่น หรือที่เรียกกันว่า ถ้ำเหมืองหมอก ที่ภายในมีหินงอกหินย้อยธรรมชาติที่สวยงามราวกับประติมากรรมศิลปะ และจากบริเวณสะพานแก้ว เราจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามของป่าหมกโจว หุบเขาที่สลับซับซ้อนกัน ชมวิวได้แบบรอบทิศทาง รวมถึงที่พื้นด้านล่างผ่านกระจกใส และในช่วงกลางคืนยังมีการเปิดไฟสวยๆ อีกด้วย โดยพื้นที่แห่งนี้กำลังพัฒนาเพิ่มเติม ในอนาคตก็จะมีรีสอร์ทเปิดให้เข้าพักได้

15.30 น. เที่ยวไร่ชาและทุ่งดอกไม้ เมืองหมกโจว (Moc Chau)
เมืองหมกโจว (Moc Chau) เมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา อากาศบริสุทธิ์และมีความงดงามของธรรมชาติ เป็นเมืองในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม เมืองที่มีอากาศเย็นสบายๆ ตลอดทั้งปี และด้วยเหตุนี้ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเพาะปลูกดอกไม้นานาชนิด จนได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งดอกไม้นานาพันธุ์”
เมืองหมกโจว เมืองแห่งไร่ชาและทุ่งดอกไม้ในเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายด้วยเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย และดอกไม้ป่านานาพันธุ์เริ่มเบ่งบานท่ามกลางภูเขาอันงดงาม เสน่ห์ของเมืองหมกโจว อยู่ตรงที่นอกจากไร่ชาจะสวยงามแล้วแล้วยังมีดอกไม้นานาชนิด มีดอกพรุน ดอกท้อสีขาวจะบานสะพรั่งอวดสี และดอกกาหลงซึ่งถือเป็นดอกไม้ประจำเมืองหมกโจว
ช่วงกลางถึงปลายฤดูหนาว เป็นช่วงที่ทุ่งดอกพรุนสีขาวบริสุทธิ์จะผลิบาน ปกติจะบานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งจะเป็นช่วงชมดอกไม้ที่สวยที่สุด ทุ่งดอกพรุนจะบานสะพรั่งให้ความสวยงามประมาณ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น แล้วผลพรุนลูกเล็กๆ สีเขียวอ่อนจะออกผล ขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจัด เป็นช่วงที่ดอกท้อสีขาวออกชมพูกำลังเบ่งบานรับกับแสงแดด เหมือนดอกซากุระ
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ดอกกาหลงจะเบ่งบานไปทั่วบริเวณหุบเขาหมกโจว สีขาวบริสุทธิ์ของดอกกาหลง ชาวบ้านเปรียบเทียบดอกกาหลงเสมือนสาวกลุ่มชาติพันธุ์ไทอันหลากหลายกลุ่ม (ไทดำ ไทขาว ไทแดง ไทวาดและผู้ไท) ที่สวยงามแบบธรรมชาติ แต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากแดนไกล ซึ่งดอกกาหลงถือเป็นดอกประจำเมืองหมกโจว จึงทำให้มีโครงการปลูกต้นกาหลงตามถนนสายต่างๆ

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อ 4) พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทแห่งหมกโจว (เมืองสาง) ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์ไทหลากหลายกลุ่ม เช่น ไทดำ ไทขาว ไทแดง ไทวาดและผู้ไท
20.00 น. พักที่ โรงแรม Moung Thanh Holiday Moc Chau 4 * หรือโรงแรมระดับใกล้เคียงกัน


วันที่ 3 การเดินทาง 4 ก.พ. 66 ; หมกโจว – ซาปา เที่ยว Moana SaPa

รับประทานอาหาร (มื้อ 5) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.00 น. เดินทางจากหมกโจวไปซาปา (ระยะทางไกล ใช้เวลาเดินทางนาน ระยะทาง ประมาณ 400 กม.
ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 8 ชั่วโมง )
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อ 6) ที่ภัตตาคาร อ.เมือง จ.ฝู๋เถาะ
13.00 น. ออกเดินทางจาก อ.เมือง จ.ฝู๋เถาะ ไปซาปา
16.30 น. เดินทางถึงซาปา พาท่านเช็คอินแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของซาปา โมอาน่า ซาปา คาเฟ่
(MOANA SAPA CAFÉ) แหล่งท่องเที่ยวที่จำลองไฮไลท์ของที่เที่ยวแต่ละที่ ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
มารวมไว้ให้ท่านได้ถ่ายรูปท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มจำหน่ายให้ท่านได้พักดื่มเครื่องดื่ม และยังได้เพลิดเพลินกับสายหมอกจางๆ พร้อมกับบรรยากาศสุดโรแมนติก
ทางทัวร์ บริการกาแฟให้ท่านได้พักดื่ม และยังได้เพลิดเพลินการถ่ายภาพกับสายหมอกจางๆ พร้อมกับบรรยากาศสุดฟิน
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อ 7)
หลังทานอาหารเสร็จ นำท่านชมตลาดเมืองซาปา (Lovemarket) ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าท้องถิ่น และบรรดาเหล่าชาวเขาได้นำสินค้ามาค้าขายกันในตลาดยามค่ำคืน
พักที่โรงแรม CHARM SAPA HOTEL ระดับ 4 ดาว


วันที่ 4 การเดินทาง 5 ก.พ. 66 : ซาปา ชมหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (CatCatVillage) กระเช้าฟานซีปัน น้ำตกสีเงิน (เช้า/ กลางวัน /เย็น)

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อ 8)
หลังจากนั้น นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านชาวเขากั๊ตกั๊ต (CatCat Village) ตั้งอยู่ในเมืองซาปา จังหวัดลาวไกทางตอนเหนือสุดของเวียดนาม เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งดำที่ทำนาอยู่ในหุบเขา บรรยากาศของหมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ในเรื่องความสงบ สภาพอากาศของที่นี่หนาวเย็นตลอดทั้งปีและมีธรรมชาติสดชื่น วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หรือ หากมีผู้สูงอายุในกลุ่มเยอะ อาจเลือกไปเที่ยวที่ Best View SaPa เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง (หากเลือกหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ต้องยอมรับการเดินทางลำบาก เนื่องด้วยเส้นทางสูงชันมาก)
11.00 น. นำท่านนั่งรถไฟนั่งรถไฟ Muong Hoa สู่สถานีฟานสิปัน ท่านสามารถถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ความ
สวยงามของซาปาได้ระหว่างทางขึ้นเมื่อถึงสถานีรถไฟฟานสิปัน
11.30 น. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ (มื้อ 9) ณ ภัตตาคาร ที่อาคารสถานีฟานสิปัน
นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าฟานซิปัน กระเช้าลอยฟ้าติดกระจกสามารถมองเห็นวิวเมืองซาปาและความสวยงามของธรรมชาติได้ 360 องศา มองจากมุมสูง ชมความงามของป่าไม้แม่น้ำลำธารสายน้อยใหญ่
ชมวิวของนาขั้นบันไดที่สวยงามเป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองซาปา ในช่วงเวลาที่นาขั้นบันไดซาปาสวยที่สุด
สลับไปกับหมู่บ้านของชาวเขา รวมถึงภูเขาและม่านหมอกที่เรียงตัวซ้อนกันเป็นฉากหลังที่สวยงาม ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม กระเช้าจะเคลื่อนเข้าสู่สถานีบนลานใกล้ยอดเขาฟานซิปันที่ได้รับฉายาว่าหลังคาแห่งอินโดจีนโดยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3.143 เมตร
นำท่านเดินต่อไปอีกเล็กน้อย เพื่อพิชิตยอดเขาฟานซิปัน (คนแข็งแรงโดยทั่วไปเดินขึ้นไปได้) ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับสัญลักษณ์ สแตนเลส 3 เหลี่ยม ที่แสดงว่าท่านได้มายืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขาฟานซิปัน พร้อมสัมผัสกับเมฆหมอก และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขา หรือหากท่านต้องการความสะดวกสบายสามารถเลือกนั่งรถไฟเพื่อนำท่านสู่ยอดเขาสูงสุดที่เรียกว่าหลังคาแห่งอินโดจีนได้ (ค่ารถไฟนี้ท่านชำระเอง ณ จุดบริการ ไม่รวมในค่าใช้จ่ายทัวร์) สมควรแก่เวลานำคณะท่านนั่งกระเช้าลง จากยอดฟานสิปัน
จากนั้น หากมีเวลาพอ (อยู่ที่ความสมัครใจจะอยู่ที่ยอดเขาฟานสิปันนานแค่ไหน) นำท่านชมนำท่านชมน้ำตกสีเงิน (SilverWaterfall) ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดในซาปา ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยภูเขาอยู่ริมถนนและสามารถมองเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ไกล มีความสูงประมาณ 100 เมตร
ไหลเลาะลงมาจากหน้าผาหิน ท่านสามารถเดินไปชั้นบนของน้ำตกได้ น้ำตกซิลเวอร์เป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดในการเยี่ยมชม ชาวเวียดนามเรียกน้ำตกนี้ว่า ThacBac เป็นน้ำตกที่มีหลายชั้นไหลลัดเลาะลดหลั่นลงมาจากหน้าผาหินเป็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก (หรือท่านสามารถซื้อบริการเสริม
เพื่อเที่ยวชมสะพานมังกรเมฆ Rong May ได้)
เดินทางกลับเมืองซาปา
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อ 10)
หลังรับประทานอาหารนำท่านชม ตลาดเมืองซาปา (Lovemarket) เป็นแหล่งรวมสินค้าท้องถิ่นและบรรดาเหล่าชาวเขาที่ได้นำสินค้ามาค้าขายกันในตลาดยามค่ำคืน
จากนั้นเช็คอินรับห้องพักเพื่ออาบน้ำ (ห้องหนึ่ง 4 ท่าน)
กลางคืนนอนรถนอน VIP สู่ฮานอย ถึงฮานอยตอนเช้า (รถออก 22.30 น.)


วันที่ 5 การเดินทาง 6 กพ. 66 ; ฮานอย-เมืองเว้-ดงฮา ลาวบาว (กว่างจิ)-สะหวันนะเขต-มุกดาหาร-ยโสธร

เช้า รถนอน VIP เดินทางถึง ฮานอย
05.00 น. เข้าโรงแรมที่พักเพื่ออาบน้ำ อาบน้ำในโรงแรมที่พักห้องละ 4 ท่าน (โรงแรมใกล้สนามบิน)
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า(มื้อ 11) ในร้านอาหารใกล้สนามบิน
09.00 น. ส่งคณะที่สนามบินนอยไบ กรุงฮานอย
11.55 น. ออกเดินทางจากสถามบินนอยไบ กลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเวียดทราเวล
13.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ


พิเศษบริการเสริมนำท่านชมสะพานแก้ว "มังกรเมฆ" (Rong May)  สะพานแก้วแห่งแรกในเวียดนามก่อนใคร สะพานแก้วนี้อยู่ระหว่างรอยต่อ จังหวัดลาวกาย(ซาปา) กับจังหวัดไลโจ ห่างจาก เมืองซาปาเพียง 20 กม.(อยู่ใกล้ๆกับสถานีกระเช้าไฟฟ้าฟานสิปัง)

สะพานแก้ว "มังกรเมฆ" อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2200 เมตร สะพานแห่งนี้มีลิฟท์แก้วใส
นำท่านขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงขึ้นไปอีกกว่า 300 เมตร เมื่อขึ้นสู่ส่วนบนที่เป็นสะพานแก้วแล้ว 
จะทำให้ท่านมองเห็นวิวทิวทัศน์ ที่เป็นความงามของหุบเขาในระหว่างเทือกเขาฟานสิปัง 
และเทือกเขา Hoang Lien Son ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในเวียดนาม(ฟานสิปังสูงที่สุด)

ว่ากันว่า สะพานแก้วที่เป็นสุดยอดที่สุดในโลกหลายๆด้านและมีชื่อเสียงที่สุด คือสะพานแก้วจางเจี่ยเจี้ย แต่สะพานแก้ว"มังกรเมฆ" กลับเลือกสะพานแก้ว Sky Mirror Duong Tan (Yangxin) 
เมือง Huangshi (Huangshi) มณฑลหูเป่ยของจีน

ส่วนสะพานแก้ว "มังกรเมฆ" แห่งซาปาจะเป็นอย่างไร ท่านต้องมาสัมผัสด้วยตัวของท่านเอง
(เป็นบริการเสริมตามความสนใจหากมีเวลา เลือกอิสระ ไม่บังคับ  มีค่าใช้จ่ายท่านละ 700- )

    อัตราค่าบริการ 18,798.-  
    ไม่รวมค่าทิปไกด์และคนขับรถ 700 บาท
    (มัดจำ 50% เป็นเงิน 9,000-)

    อัตรานี้รวม

    • ค่าที่พักโรงแรมตามรายการ 3 คืนพักห้องละ 2-3 ท่าน (นอนบนรถนอน VIP 1 คืน)
    • ค่าอาหารตามรายการ พร้อมบริการไวน์ดาลัต 1  มื้อ จัดเลี้ยงสังสรรค์
    • ค่าประกันการเดินทางหมู่ ตามกฎหมายกำหนด และค่าผ่านด่านระหว่างประเทศ
    • น้ำเปล่าวันละ 2 ขวด
    • ค่ารถรับ-ส่งสนามบิน ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ และรายการทัวร์ตลอดรายการ
    • อัตราค่าเข้าชมสถานที่ที่ระบุไว้ในรายการ

    อัตรานี้ไม่รวม

           ค่าบริการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

    เอกสารการเดินทาง

            หนังสือเดินทางเหลืออายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)

    ทริปรายการพิเศษที่สุดแบบนี้ รับรองรายการเที่ยวสนุก ไม่เหนื่อย เที่ยวหลากหลายรสชาติ 
    ไม่ซ้ำรอยใค
    เหมาะสำหรับคนอิสานที่ไม่อยากเดินทางเข้ากรุงเทพ
    เนื่องจาก
    ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ไปเมืองเว้ จะใกล้กว่าเดินทางเข้ากรุงเทพ


    ด้วยชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลของ “เมืองซาปา” ในเรื่องความงามของท้องทุ่งนาขั้นบันได อันกว้างใหญ่ตระการตาที่ดูงดงามดุจดังดินแดนแห่งเทพนิยาย บวกกับสภาพของเมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศอันสวยงามท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขาที่อวลไปด้วยสายหมอกและบรรยากาศอันหนาวเหน็บ ในช่วงฤดูหนาว ซาปาก็หนาวเหน็บจนเกิดหิมะตกลงมาย้อมเมืองให้เป็นสีขาวโพลนอยู่บ่อยครั้ง ช่วงนาข้าวขั้นบันไดกำลังเหลืองอร่าม คือช่วงที่ซาปาสวยที่สุด(เดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี)
    “ซาปา” เมืองแห่งขุนเขาและนาข้าวขั้นบันได เมืองที่อยู่ไกลสุดขอบชายแดนประเทศเวียดนาม แต่กลับซ่อนความงดงามเอาไว้อย่างอัศจรรย์ ลองจินตนาการกันดูสิว่า มันจะดีแค่ไหนหากเราได้ไปสูดกลิ่นต้นหญ้า นาข้าว และอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับได้ชมทัศนียภาพของขุนเขาและนาข้าวขั้นบันไดอันเขียวขจีสวยงาม
    อีกทั้งได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของผู้คนหลากหลายกลุ่ม บนภูเขาสูงใหญ่แห่งนี้ (รวมทั้งคนไทด้วย)

    ไม่ใช่แค่ชาวเวียดนาม เท่านั้นที่หลงใหลในซาปา หากแต่ผู้คนจากทั่วโลก
    ต่างใฝ่ฝันที่จะมาเยือนซาปาให้ได้ สักครั้งหนึ่งในชีวิต
    คนที่เคยมาแล้ว ก็อยากจะกลับมาเยือนซาปาได้อีกครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้เบื่อ

    เลขที่ 3 ม. 5 ต.เหล่าใหญ่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ 46110

    โทร: 096-196-5169064-745-4629

    อีเมล: rungruang5169@gmail.com

    Copyright © 2022 หจก.789 รุ่งเรืองทัวร์. All rights reserved.